โครงสร้างของ โปรแกรมลงเวลาพนักงาน และ โปรแกรมสแกนใบหน้า |
ระบบการลงเวลาในปัจจุบันที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย อาทิเช่น การใช้บัตรตอก , เครื่องสแกนลายนิ้วมือ , เครื่องรูดบัตร ต่างก็มีข้อดี และ ข้อเสียแตกต่างกัน อาทิเช่น การใช้บัตรตอก และ เครื่องรูดบัตร มีราคาถูก
แต่ ไม่สามารถระบุ หรือ ยืนยันตัวบุคคลได้ ส่วน เครื่องสแกนลายนิ้วมือ สามารถที่จะ ยืนยันตัวบุคคลได้อย่างถูกต้อง แต่ มีราคาแพง และ ปัญหาที่พบได้บ่อยในการลงเวลาด้วย เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ก็คือ
เวลาในการค้นหาลายนิ้วมือ ค่อนข้างใช้เวลานาน กรณีที่มีลายนิ้วมือจำนวนมาก , แผ่นโพลีเมอร์ ที่ใช้รองสำหรับอ่านเป็นรอยขีดข่วนได้ง่าย หรือ เปื้อนคราบต่างๆ ทำให้อ่านลายนิ้วมือไม่ได้
นอกจากนี้ ลักษณะของบุคคลบางประเภท เช่น คนงาน หรือ คนสวน ไม่สามารถ ทำการลงทะเบียนลายนิ้วมือได้ เนื่องจาก ลายนิ้วมือเลือน และ โดยลักษณะ การทำงานของเครื่องสแกนลายนิ้วมือ
จะต้องมีลายนิ้วมือตรงกับที่ลงทะเบียนไว้ ระบบจึงจะทำการลงเวลาให้ได้ ทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถ ลงเวลาทำงาน ในกรณีที่ไม่สามารถสแกนลายนิ้วมือได้
การคิดค้นระบบการลงเวลาด้วยใบหน้า ถึงแม้ว่าจะมีความแม่นยำในการระบุตัวบุคคลต่ำกว่าการสแกนลายนิ้วมือ แต่ด้วยประสิทธิภาพในการระบุตัวบุคคล และ ราคาที่ถูกกว่า ทำให้สามารถนำไปทดแทน
การลงเวลาด้วยการสแกนลายนิ้วมือได้ อีกทั้งการสร้างระบบการตรวจสอบในการลงเวลาทำงาน โดยทำการลงเวลาให้ก่อน แล้วทำการ วิเคราะห์ค่าความคล้าย (Similarity %)
เก็บเป็นสถานะ เพื่อออกรายงาน ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเข้ามาตรวจสอบอีกครั้งว่า ใบหน้าที่ลงทะเบียน กับ ใบหน้า ที่ลงเวลานั้นเหมือนกันหรือไม่
|

|
การทำงานของ
โปรแกรมลงเวลาพนักงาน และ โปรแกรมสแกนใบหน้า (Face recognition) มีลำดับการทำงานคือ เมื่อทำการบันทึกข้อมูลประวัติพนักงานแล้ว จึงจะทำการลงทะเบียนใบหน้าด้วย Webcam เพื่อทำการเก็บรูปภาพลงทะเบียน
สำหรับใช้ในการเปรียบเทียบใบหน้า สำหรับในขั้นตอนของการลงเวลา ได้ออกแบบระบบให้ทำงานร่วมกับการป้อนรหัสบัตรของพนักงาน เนื่องจากทำให้มีความรวดเร็วในการค้นหาภาพที่ลงทะเบียนไว้ มากกว่า
ให้ระบบค้นหาภาพค้นหาเองซึ่งจะพบปัญหาในการทำงานที่ล่าช้าหากมีจำนวนใบหน้าที่ลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก เมื่อพนักงานทำการป้อนรหัส ระบบจะทำการบันทึกเวลาการทำงานไว้ในฐานข้อมูล
หลังจากนั้น จะทำการบันทึกรูปภาพด้วย Webcam แล้วจึง ไปค้นหารูปภาพที่ทำการลงทะเบียนไว้แล้ว มาเตรียมไว้ แล้วจึงเริ่มกระบวนการตรวจสอบใบหน้าโดย การตรวจสอบว่า ภาพ Input ที่รับเข้ามาจาก
Webcam สามารถตรวจจับใบหน้าได้หรือไม่ แล้ว ทำการวิเคราะห์หาเฉดสีของผิวหนังในรูปภาพ (Skin detection) เมื่อทำการวิเคราะห์แล้วก็จะเข้าสู่การหาขอบวงรี ของใบหน้า (Oval detection)
เพื่อกำหนดจุด แล้วจึงทำการคำนวณจุดต่างๆ บนใบหน้า ในส่วนของ ตาดำ , ขอบโค้งบนใบหน้า , คิ้ว , ปาก แล้ว จึงกลับไปทำตามกระบวนการตรวจสอบใบหน้ากับรูปภาพที่ลงทะเบียนไว้
เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นจะนำค่าที่คำนวณได้จากภาพ Webcam Input มาเปรียบเทียบ กับค่าที่คำนวณได้จากภาพที่ลงทะเบียน โดยการคำนวณ จะใช้หลักการ หาค่าความเป็นไปได้ (Probability Statistics)
เปรียบเทียบกันออกมาเป็น % (Similarity % ) โดยสามารถกำหนดได้ว่าต้องให้ค่าความเหมือนกี่ % จึงจะให้ผ่าน (Match / No Match / No Face )
แล้วจึงบันทึกรูปภาพจาก Webcam และ ค่าสถานะ,ค่าความเหมือน เก็บลงฐานข้อมูล เพื่อออกรายงาน ก็เป็นการสิ้นสุดกระบวนการตรวจสอบใบหน้า
|